ประวัติฯเครือข่าย

หน้าหลัก >> ประวัติฯเครือข่าย

  ความเป็นมาของเครือข่าย
 
เครือ ข่ายการวิจัยภาคเหนือตอนบน เป็นเครือข่ายการวิจัย 1 ใน 9 ของเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย ภายใต้โครงการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชนฐานราก โดยการสนับสนุนของ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมพัฒนาและสร้างงานวิจัยให้สอดคล้องกับ การสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและเศรษฐกิจฐานรากของแต่ละเครือข่าย
สำนัก งานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) เริ่มดำเนินโครงการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อ ถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชนฐานรากในปี พ.ศ.2546 เพื่อให้สถาบันอุดมศึกษา มีส่วนร่วมในการเสริมสร้างความเข็มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก และเชื่อมโยงกับเครือข่ายชุมชนท้องถิ่น โดยนำองค์ความรู้จากผลงานวิจัยและพัฒนาภูมิปัญญาท้องถิ่นมาถ่ายทอดทักษะความ รู้ และเทคโนโลยีที่เหมาะสมแก่ชุมชนท้องถิ่น สามารถ ยกระดับขีดความสามารถด้านการผลิตและการจัดการ ของเศรษฐกิจชุมชน รวมถึงการ สร้างมูลค่าเพิ่มของผลิตภัณฑ์ อย่างต่อเนื่อง เพิ่มโอกาสในการสร้างอาชีพ รายได้ และการพึ่งพาตนเองส่งผลต่อการสร้างความเข้มแข็งทางสังคมอย่างยั่งยืน โดยวัตถุประสงค์ของโครงการวิจัยและนวัตกรรมฯ คือ

1. เครือข่ายฯ มีการบริหารจัดการด้วยระบบงานวิจัยเชิงบูรณาการ

2. เครือข่ายฯ มีการพัฒนาศักยภาพนักวิจัย

3. เครือข่ายฯ มีผลงานวิจัยที่มีคุณภาพและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้


        จาก ที่เครือข่ายบริหารการวิจัยภาคเหนือตอนบน ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ได้ดำเนินการโครงการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชนฐานราก” ภายใต้วิสัยทัศน์ที่ว่า “ชุมชนภาคเหนือเป็นสังคมฐานความรู้ที่นำไปสู่ คุณภาพชีวิตที่ดี และความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและสังคมฐานราก” ตั้งแต่ปี 2546 จนถึงปัจจุบัน โดยได้สนับสนุนให้นักวิจัยในสถาบันอุดมศึกษาพัฒนาโครงการวิจัยที่เน้น กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อเป้าหมายแห่งการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฐาน ราก อีกทั้งมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของนักวิจัยรุ่นใหม่ใน 25 สถาบันการศึกษาในเขตภาคเหนือตอนบน
เพื่อให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ ที่กำหนด เครือข่ายบริหารการวิจัยภาคเหนือตอนบนจึงได้กำหนดแนวทางการวิจัยโดยเน้นใน เรื่อง “การจัดการและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรท้องถิ่นเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนโดย ใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง” ตลอดระยะเวลา 8 ปี (พ.ศ. 2546 – 2553) ของการสนับสนุนให้เกิดการวิจัยและ นวัตกรรมเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชนฐานรากจำนวน 200 กว่าโครงการวิจัย ซึ่งได้ก่อให้เกิดองค์ความรู้ที่หลากหลาย เป็นองค์ความรู้ในด้านการจัดการทรัพยากรชุมชนแบบมีส่วนร่วมเพื่อให้เกิดการ พัฒนาเศรษฐกิจ ระดับชุมชนฐานรากภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่มีการผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นกับเทคโนโลยี และข้อมูลทางวิชาการ ก่อให้เกิดนวัตกรรมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน การจัดการทรัพยากรชุมชน และการท่องเที่ยวโดยชุมชน
ปีงบประมาณ 2554 เครือข่ายบริหารการวิจัยภาคเหนือตอนบนซึ่งได้พัฒนาให้เกิดความร่วมมือและ การเชื่อมโยงองค์ความรู้ระหว่างสถาบันอุดมศึกษา ชุมชนท้องถิ่น ผู้ประกอบการ หน่วยงานราชการ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตลอดจนการเชื่อมประสานสู่นโยบาย การพัฒนาระดับท้องถิ่น ในการค้นหาปัญหาหรือความต้องการ และร่วมแก้ไขปัญหาชุมชนผ่านกระบวนการวิจัย จึงได้ยึดแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกำหนดรูปแบบการดำเนินงานวิจัยแบบบูรณา การร่วมกันระหว่างสถาบันอุดมศึกษาในเขตภาคเหนือตอนบนโดยมีเป้าหมายใน การร่วมกันพัฒนาให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดี และเกิดความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและ สังคมฐานรากในชุมชนภาคเหนือตอนบน ผ่านกระบวนการวิจัยเชิงบูรณา การแบบมีส่วนร่วมโดยมีนักวิจัยของสถาบันอุดมศึกษา บุคลากรในหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรชุมชน ตลอดจนกลุ่มประชาชนที่เป็นผู้รับประโยชน์จากการวิจัย สนับสนุนให้นักวิจัยในสถาบันอุดมศึกษาได้นำ องค์ความรู้สู่ชุมชนที่สอดรับกับแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างเป็นระบบ และเป็นรูปธรรม และก่อให้เกิดกลุ่มเครือข่ายการดำเนินกิจกรรมททางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมที่ยั่งยืน
ซึ่งโครงการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อ ถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ชุมชนฐานราก นี้ มีการดำเนินการพร้อมกันใน 9 เครือข่ายวิจัยของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา อันได้แก่
1. เครือข่ายบริหารการวิจัยภาคเหนือตอนบน
2. เครือข่ายบริหารการวิจัยภาคเหนือตอนล่าง
3. เครือข่ายบริหารการวิจัยภาคกลางตอนบน
4. เครือข่ายบริหารการวิจัยภาคลางตอนล่าง
5. เครือข่ายบริหารการวิจัยภาคใต้ตอนบน
6. เครือข่ายบริหารการวิจัยภาคใต้ตอนล่าง
7. เครือข่ายบริหารการวิจัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
8. เครือข่ายบริหารการวิจัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง
9. เครือข่ายบริหารการวิจัยภาคตะวันออก

        พื้นที่รับผิดชอบและสมาชิกเครือข่ายบริหารการวิจัยภาคเหนือตอนบน

ใน พื้นที่ภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย ประกอบด้วย 8 จังหวัดอันได้แก่ จังหวัด เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน พะเยา ลำพูน ลำปาง แพร่ และน่าน ที่อยู่ในความดูแลของเครือข่ายการวิจัยภาคเหนือตอนบน โดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษากำหนดให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ทำหน้าที่ เป็นแม่ข่าย ปัจจุบันมีสถาบันอุดมศึกษาร่วมเป็นสมาชิกจำนวน 25 สถาบัน ได้แก่
1. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
2. มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่
3. มหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติ จังหวัดแพร่
4. มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย
5. มหาวิทยาลัยพายัพ จังหวัดเชียงใหม่
6. มหาวิทยาลัยนอร์ท-เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
7. มหาวิทยาลัยฟาร์อิสเทอร์น จังหวัดเชียงใหม่
8. มหาวิทยาลัยโยนก จังหวัดลำปาง
9. มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
10. มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย จังหวัดเชียงราย
11. มหาวิทยาลัยราชภัฎลำปาง จังหวัดลำปาง
12. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ภาคพายัพ จังหวัดเชียงใหม่
13. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เขตพื้นที่เชียงราย จังหวัดเชียงราย
14. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เขตพื้นที่ลำปาง จังหวัดลำปาง
15. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เขตพื้นที่น่าน จังหวัดน่าน
16. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ วิทยาเขตเชียงใหม่
17. มหาวิทยาลัยมหามงกุฎราชวิทยาลัย วิทยาเขตล้านนา(มมร.) จังหวัดเชียงใหม่
18. วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
19. วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครลำปาง จังหวัดลำปาง
20. วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี พะเยา จังหวัดพะเยา
21. วิทยาลัยอินเตอร์เทคลำปาง จังหวัดลำปาง
22. วิทยาลัยเชียงราย จังหวัดเชียงราย
23. วิทยาลัยชุมชนแพร่ จังหวัดแพร่
24. วิทยาลัยชุมชนแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน
25. มหาวิทยาลัยพะเยา จังหวัดพะเยา

  วิสัยทัศน์
“เป็นเครือข่ายบริหารจัดการงานวิจัยที่เป็นเลิศ ด้วยการบูรณาการองค์ความรู้ เพื่อชุมชนฐานรากอย่างมีส่วนร่วม”


  พันธกิจ
  • บริหารจัดการระบบวิจัยเชิงบูรณาการอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
  • เสริมสร้างนักวิจัยทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพอย่างต่อเนื่อง
  • สร้างผลงานวิจัยที่มีคุณภาพและคุณประโยชน์ต่อการพัฒนาชุมชนฐานราก
  • บริหารเครือข่ายฯ อย่างมีหลักธรรมาภิบาล
เป้าหมาย
  • มี กลไกการจัดการงานวิจัยเชิงบูรณาการอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลทั้งใน ด้านเงินทุน โครงการ หน่วยงานวิจัยและผู้ใช้ประโยชน์จากงานวิจัย
  • มี นักวิจัยเพื่อชุมชนทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพอย่างต่อเนื่องทั้งนักวิจัย ใหม่ นักวิจัยชำนาญการ นักวิจัยเชี่ยวชาญจากสถาบันการศึกษา ภาคชุมชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • มีผลงานวิจัยที่มีคุณภาพและคุณประโยชน์ต่อการพัฒนาชุมชนฐานรากและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่ชุมชน
  • มีการบริหารเครือข่ายฯ แบบมีส่วนร่วมที่โปร่งใส ตรวจสอบได้

ยุทธศาสตร์เครือข่ายบริหารการวิจัยภาคเหนือตอนบน ปีงบประมาณ 2559 - 2563

ยุทธศาสตร์ที่ 1 บริหารจัดการระบบวิจัยเชิงบูรณาการอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ตามหลักธรรมาภิบาล

  1. บริหารจัดการเครือข่ายโดยคณะกรรมการบริหารงานเครือข่าย
  2. สนับสนุนงานวิจัยเชิงบูรณาการกับหน่วยงานภายนอก
  3. พัฒนาศักยภาพคณะกรรมการฯ และเจ้าหน้าที่บริหารจัดการงานเครือข่าย
  4. พัฒนาระบบบริหารจัดการงานวิจัย (สารสนเทศ ฐานข้อมูล แหล่งทุน เผยแพร่)
  5. พัฒนาระบบสารสนเทศการติดตาม สนับสนุน และประเมินการวิจัย
  6. แสวงหาแหล่งทุนเพื่อสร้างความเข้มแข็งการบริหารจัดการ
  7. พัฒนาระบบการจัดสรรทุนสนับสนุนการวิจัยอย่างเป็นธรรม
  8. พัฒนาระบบตรวจสอบ การบริหารจัดการที่โปร่งใส โดยผู้แทนจากภายนอก
  9. เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารของเครือข่ายอย่างทั่วถึงต่อเนื่องและทันการณ์

 

ยุทธศาสตร์ที่ 2 เสริมสร้างศักยภาพนักวิจัยทั้งเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพอย่างต่อเนื่อง

  1. พัฒนาศักยภาพนักวิจัยรุ่นใหม่จากทุกภาคส่วนผ่านการสนับสนุนจากเครือข่าย
  2. การจัดการความรู้เพื่อการพัฒนางานวิจัยอย่างเป็นระบบ
  3. พัฒนาระบบนักวิจัยพี่เลี้ยงและเครือข่ายนักวิจัย

ยุทธศาสตร์ที่ 3 ผลิตผลงานวิจัยที่มีคุณภาพและคุณประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างแท้จริง

  1. พัฒนาโจทย์และข้อเสนอโครงการวิจัยแบบมีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วน
  2. สนับสนุนการผลิตผลงานวิจัยที่มีคุณภาพ